วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

น้ำมันกัญชา รักษาโรคมะเร็งได้

เด็กน้อยในภาพที่คุณเห็น เธอชื่อว่า Mykayla น้ำมันกัญชาที่เธอกินได้ช่วยชีวิตของเธอไว้ เมื่อเธอถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบฉียบพลัน กัญชาได้ช่วยชีวิตเธอและคนอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน


- รัฐบาลสหรัฐอเมริกาทราบตั้งแต่ปี ๑๙๗๔(๒๕๑๗) ว่า"กัญชาใช้รักษาโรคมะเร็งได้"

- ในปี ๑๙๗๒ อดีตประธานาธิบดี Richard Nixon (ที่ต้องลาออกในที่สุดเพราะพัวพันกับการดักฟังพรรคตรงข้ามในคดี WaterGates) อยากได้รับงบประมาณจำนวนมหาศาล เพื่อรณรงค์ในการทำสงครามกับยาเสพติด เขาเลยกำหนดยุทธศาสตร์ว่า ถ้าได้รับการพิสูจน์ว่า กัญชาทำให้เป็นโรคมะเร็งในปอด พอ ๆ กับบุหรี่ เขาก็จะได้รับงบประมาณสนับสนุนตามที่ต้องการได้

- ดังนั้นจึงให้วิทยาลัยแพทย์เวอร์จิเนีย ทำการศึกษาเป็นเวลากว่า ๒ ปี
เกี่ยวกับผลกระทบของ THC ในร่างกายมนุษย์ ผลของนการศึกษาในปี ๑๙๗๔ เสร็จสิ้นลงแล้วทำให้ค้นพบว่า THC เมื่อมีการแปรรูปในแบบที่มีความเข้มข้นสูง (เช่น น้ำมันกัญชาเพื่อการบริโภค) จะโจมตีเซลล์กลายพันธุ์ใดๆ ในร่างกายของคนเรา ขณะเดียวกันก็เสริมสร้างและฟื้นฟูเซลล์ให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น

นักวิจัยพบว่ามันเป็นการรักษาที่ถูกต้องสำหรับโรคมะเร็ง เพราะมันทำงานได้อย่างรวดเร็วและทำงานได้เป็นอย่างดีและใช้งานได้กับโรคมะเร็งหลากหลายแบบในร่างกายของมนุษย์ ในทุกขั้นตอนและมีผลข้างเคียง(อาการข้างเคียง) เป็นศูนย์ ZERO (ซึ่งแตกต่างกับการทำ Chemo ที่ทำอันตรายต่อร่างกายให้เสื่อมสภาพทั้งหมดและทำให้คนไข้ ๑ ใน ๕ มักจะตาย ยังเท่านั้นยังไม่พอ มันยังจัดการกับเนื้องอกแบบต่างๆ และยังสามารถต่อสู้กับภูมิคุ้มกันบกพร่องเช่น MRSA
Richard Nixon 

เมื่ออดีตประธานาธิบดี Richard Nixon ได้ทราบผลของการศึกษาทำให้เขาแทบเป็นบ้าไปเลย(เพราะผิดคาดกับมีเจตนาอยากได้งบประมาณมหาศาล) เขาโยนรายงานทั้งหมดทิ้งในถังขยะและไม่สนใจผลการค้นพบจากการศึกษาในเรื่องนี้อีกต่อไป


ในปี ๑๙๗๖ อดีตประธานาธิบดี Gerald Ford ได้ส่งมอบผลการวิจัยที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องกัญชาทั้งหมด และโอกาสที่จะทำกำไรจากสิทธิพิเศษ(สิทธิบัตร) ในการวิจัยค้นคว้าเพิ่มเติมให้กับบริษัทผู้ผลิตยายักษ์ใหญ่ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะการพัฒนารูปแบบในการสังเคราะห์ THC จะทำให้ผลประโยชน์ทางการแพทย์ทั้งหมดของบริษัทผลิตยายักษ์ใหญ่ต้องสูญเสียอย่างมหาศาลพวกเราเพิ่งจะค้นพบข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับการศึกษาในเรื่องนี้เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ต้องขอบคุณสำหรับความทุ่มเท


ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์และนักกฎหมายหลายท่านที่ใช้สิทธิ์ในการขอรับรู้ข้อมูลข่าวสาร (พรบ.เสรีภาพข้อมูลข่าวสารของรัฐต้องเปิดเผยตามกฎหมายเมื่อครบกำหนดระยะเวลาขั้นลับสุดยอด ๕๐ ปี ลับที่สุด ๔๐ ปี ลับมาก/ลับเฉพาะ ๓๐ ปี ลับ ๒๐ ปี ปกปิด ๑๐ ปี ทั่วไปต้องเปิดเผยไม่เกิน ๕ ปี อายุในการไม่เปิดเผยข้อมูลจะลดลงมาเรื่อยๆ ตามจำนวนปี )

รัฐบาลสหรัฐทำสิ่งที่เป็นหลอกลวงมาหลายเรื่องด้วยเหตุผลต่างๆ นานาหลายประการ หนึ่งในเหตุผลหลัก คือ บริษัทผู้ผลิตยาพวกเขาต้องจ่ายเงินนับพันล้านในทุกปี เพื่อวิ่งเต้นกับประธานาธิบดี ผู้ว่การรัฐในสหรัฐอเมริกาหรือสมาชิกวุฒิสภาหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรทั้งของมลรัฐกับของสหรัฐอเมริกา เพื่อให้กัญชาเป็นสิ่งผิดกฎหมาย เพราะพวกเขาได้รับเงินจำนวนมากกว่าล้านล้านดอลล่าห์จากงานวิจัยและยารักษาโรคมะเร็งพวกเขารู้อยู่แล้วว่า กัญชารักษาโรคมะเร็งได้ แต่กลับทำในสิ่งตรงกันข้ามเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเอง

ผู้ป่วยโรคมะเร็งและคนรักของพวกเขาจะต้องยอมจ่ายเงินออมตลอดชีวิตของตนเองหรือทั้งครอบครัว หรือแม้กระทั่งขายบ้านและธุรกิจของพวกเขา เพื่อที่จะจ่ายสำหรับยาเคมีบำบัด(Chemotherapy) และยาอื่นๆ ที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง ระยะเวลาจำนวนมากที่พวกเขาต้องใช้จ่ายเงินทั้งหมด แต่สุดท้ายคนที่รักของพวกเขาก็ต้องตายลง

ถ้าประชาชนพบว่ารัฐบาลได้โกหกมานานกว่า ๔๐ ปีแล้วชีวิตนับล้านจะต้องรอดตายและบรรดาคนที่กำลังจะตาย จะได้รับการรักษาชิวิตที่อยู่รอดได้จากพืชล้มลุกที่ปลูกที่สนามหลังบ้านของพวกเขา

- โปรดเปิดใจกว้างเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมรู้ว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อแต่ผมขอสัญญากับคุณว่ามันเป็นความจริงเพื่อนสนิทสองคนของผมอาจจะไม่มีชีวิตอยู่รอดถึงทุกวันนี้ ถ้าน้ำมันกัญชาไม่ได้ช่วยชีวิตพวกเขาทั้งสองคน

ถ้าหากคุณต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม คุณควรใช้ Google ค้นหาคำว่า cannabis cures cancer หรือตาม
link ย่อ http://goo.gl/gmO2V    คุณจะพบว่ามีผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์หลายพันเรื่องราว บทความ หนังสือ เอกสารสิ่งตีพิมพ์ และประจักษ์พยานส่วนบุคคล ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เ

ริ่มต้นตามลำดับเหมือนภาพยนตร์คือ สู้กับความตายเป็นเรื่องที่ผมชื่นชอบเรื่องหนึ่งเลย ถ้าคุณต้องการที่จะสนับสนุน Mykayla และเรียนรู้เกี่ยวกับการฟื้นตัวของเธออย่างน่าตื่นตาตื่นใจ นี่คือ facebook ของเธอ >>> https://www.facebook.com/BraveMyKayla

ที่มา : oknation (๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๕)
CR. John Adam

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น