วันเสาร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2559

คุยกับหมอรักษาโรคมะเร็ง ตอน กัญชากับโรคมะเร็ง

คุยกับหมอรักษาโรคมะเร็ง ตอน: กัญชากับโรคมะเร็ง
โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิง พวงทอง ไกรพิบูลย์



เราทุกคนคงรู้จักกัญชา (Cannabis หรือ Marijuana) กันดี เพราะเป็นยาเสพติดประเภทหนึ่ง ที่มีคนสูบสูงที่สุดในโลก คือประมาณ 0.6% ของประชากรทั่วโลกต่อวัน

กัญชา จัดเป็นยาเสพติดที่มีโทษต่ำสุดในกลุ่มยาเสพติดทุกประเภท กัญชาได้มาจากพืชประจำถิ่นในเขตร้อนทั่วโลก เป็นพืชตระกูล Cannabis ทั้งนี้สารที่ออกฤทธิ์ เป็นยาเสพติด อยู่ในกลุ่มสารที่มีชื่อว่า Cannabinoids ซึ่งประกอบด้วยสารเสพติดมากมายหลายชนิด ประมาณ 50 ชนิดขึ้นไป แต่ตัวที่มีฤทธิ์แรงที่สุด และนำมาผลิตเป็นยาเม็ด คือ Delta-9-tertrahydrocannabinol ที่ย่อว่า THC/ทีเอชซี

กัญชา ออกฤทธิ์ทั้งกดและกระตุ้นระบบประสาทไปพร้อมกัน ส่งผลให้มีอารมณ์ดี รื่นเริง ดื่มด่ำ อยากอาหาร นอนหลับ แต่ถ้าเสพต่อเนื่อง หรือในปริมาณสูงจะส่งผลให้ คลื่นไส้ อาเจียน นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย สับสน ประสาทหลอน สมาธิสั้น ไม่มีสมาธิ ไม่สามารถประกอบการงานอาชีพได้ กล้ามเนื้ออ่อนแรง นอกจากนั้นยังมีผลให้มีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำ กระตุ้นหัวใจให้เต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตต่ำ อาจส่งผลให้เกิดโรคหัวใจได้ แต่ผลต่อการเกิดโรคปอดยังไม่มีรายงานชัดเจน

ดังนั้น จึงห้ามใช้/เสพกัญชาในหญิงตั้งครรภ์ เพราะจะส่งผลต่อทารกในครรภ์
กัญชาในธรรมชาติ ใช้ได้ทั้งจากใบ ลำต้น และดอก ในรูปแบบของ การสูบ การกิน/ดื่มคล้ายชา
ในทางการแพทย์โรคมะเร็ง กัญชาในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ที่รุนแรงที่เกิดจากตัวโรคมะเร็งเอง และ/หรือจากผลข้างเคียงของยาเคมีบำบัดในผู้ป่วยบางคนที่ใช้ยาแก้คลื่นไส้ไม่ได้ผล นอกจากนั้นยังช่วยกระตุ้นการอยากอาหารของผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งที่ขาดอาหารจากไม่อยากกินอาหาร กินอาหารได้ดีขึ้น ซึ่งทางการแพทย์นำมาใช้โดยผลิตในอุตสาหกรรมยา ในรูปแบบยากิน/ยาเม็ด ยาสเปรย์ และน้ำมันนวด/ทา/ยาใช้ภายนอก

อย่างไรก็ตาม การใช้กัญชาในการรักษาโรคมะเร็ง ในประเทศไทย และเกือบทั่วโลก รวมถึงในสหรัฐอเมริกา ยังถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาเอง ก็ยังไม่อนุมัติการใช้กัญชาในการรักษาโรคต่างๆรวมถึงในโรคมะเร็ง แต่ในบางรัฐของสหรัฐอเมริกา และแคนาดา มีกฎหมายอนุญาตใช้กัญชารักษาประคับประคองอาการผู้ป่วยโรคมะเร็งได้กรณีใช้ยาอื่นๆไม่ได้ผลได้ แต่ต้องใช้โดยแพทย์สั่งเท่านั้น

ในด้านที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็ง นอกจากที่นำมากัญชามาใช้ในผู้ป่วยโรคมะเร็งดังกล่าวแล้ว ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่า กัญชา อาจเป็นสารก่อมะเร็งได้ เพราะประกอบด้วยสารก่อมะเร็งหลายชนิดคล้ายในบุหรี่ รวมทั้งการเสพกัญชาเรื้อรัง จะส่งผลให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำลง ดังนั้นกัญชา จึงอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอด และโรคมะเร็งของอวัยวะในระบบศีรษะและลำคอได้เช่นเดียวกับบุหรี่

อย่างไรก็ตาม มีการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่า ถ้าใช้ในปริมาณที่เหมาะสม กัญชาอาจกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของสัตว์ดีขึ้น

ทั้งนี้การศึกษาทางการแพทย์ในเรื่องของกัญชาในการเป็นสาเหตุ หรือในการรักษาอาการผิดปกติต่างๆ จำกัดมาก จึงไม่มีข้อมูลที่เพียงพอ ทั้งในด้านสนับสนุน และด้านคัดค้าน และเป็นเรื่องยากที่จะได้คำตอบในเร็ววัน

สรุป
ปัจจุบัน การใช้กัญชาทางการแพทย์ยังเป็นเรื่องผิดกฎหมาย รวมทั้งในประเทศไทย ยกเว้นบางรัฐในสหรัฐอเมริกา และในแคนาดา ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์เพียงพอที่จะนำกัญชามาใช้ทางการแพทย์ในการบำบัดรักษาเพื่อการรักษาประคับประคองตามอาการในผู้ป่วยโรคมะเร็ง การเสพกัญชาต่อเนื่อง อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอด และมะเร็งในระบบศีรษะและลำคอได้

ที่มา: http://haamor.com/

'กัญชา'รักษามะเร็ง? : รายการ คม ชัด ลึก

'กัญชา'รักษามะเร็ง?


'กัญชา'รักษามะเร็ง? : รายการ คม ชัด ลึก

            ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะต้องเปลี่ยนนิยามว่า กัญชาเป็นยาเสพติด หรือ ยารักษาโรค ? เพราะมีคุณหมอท่านหนึ่งออกมายืนยันว่า มีผลงานวิจัยในต่างประเทศระบุว่า กัญชาสามารถใช้รักษามะเร็งได้ ทั้งๆ ที่เป็นที่ทราบกันดีว่า กัญชาเป็นยาเสพติดประเภทที่ 5 ใครมีไว้ในครอบครอง หรือ เสพ มีโทษ อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ มีมติ ครม.ให้มีการแก้ไข พ.ร.บ.ยาเสพติด ปี 2522 ตอนหนึ่งมีเรื่องของกัญชา เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ตกลงว่า กัญชา รักษามะเร็งได้หรือไม่ มีประโยชน์มากกว่าโทษหรือไม่ ?

            นพ.สมยศ กิตติมั่นคง ผู้เขียนหนังสือกัญชาคือยารักษามะเร็ง กล่าวว่า มีงานวิจัยชัดเจนในต่างประเทศ บางประเทศมีการวิจัยเรื่องกัญชามานานนับสิบปี นักวิทยาศาสตร์ชาวอิสราเอล เป็นผู้ค้นพบสารออกฤทธิ์ในกัญชา นั่นก็คือ THC ซึ่งสารตัวนี้ทำให้เซลล์มะเร็งตายเลย ขณะนี้ในประเทศอิสราเอลก้าวหน้าถึงขั้นใช้กัญชาในการรักษาโรค นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายประเทศใช้กัญชารักษาโรคตามมาอีกเป็นระยะๆ

            ผลการวิจัยระบุเลยว่า เซลล์มะเร็งหายไป หรือมีขนาดเล็กลง
            เมื่อไม่นานมานี้ ในเว็บไซต์ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเพิ่งยอมรับเมื่อปีที่แล้วว่า สารสกัดในกัญชาสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้ ถึงแม้จะยังอยู่ในหลอดทดลองก็ตาม แต่จริงๆ แล้ว งานวิจัยเดินหน้ามาไกลกว่านั้นแล้ว

            งานวิจัยมี 3 ขั้นตอน คือ วิจัยในหลอดทดลอง วิจัยในสัตว์ทดลอง และวิจัยในคน
            การวิจัยในสัตว์ทดลอง ก็คือ นำเซลล์มะเร็งของคนไปฝังไว้กับหนู แล้วก็ให้ยาเข้าไป ถ้าได้ผล ก็เชื่อได้ว่า ใช้ในคนก็จะได้ผลเช่นเดียวกัน
            ขณะนี้มีการวิจัยในคนแล้ว และมีการนำเสนอแล้วในประเทศสโลวีเนีย แต่ยังเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย แต่มีงานข้อมูลวิจัยออกมาแล้ว ในการจัดงานกัญชาโลก เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เอง
            งานวิจัยในขณะนี้ ตอนนี้รอเวลาเผยแพร่ เพราะเพิ่งเริ่มถูกกฎหมาย หลังจากผิดกฎหมายมานาน
            งานวิจัยเพิ่งเริ่มทำ แต่บางส่วนที่ทำกันเองในบางประเทศแอบทำกันแบบลับๆ
            มีวิธีการรักษามะเร็งแบบใหม่ จะไม่ใช้วิธีนำคนไข้มาลองยาแต่ละอย่าง แต่จะนำหนูมา 10 ตัว แล้วนำเซลล์มะเร็งไปฝังไว้กับหนูทั้ง 10 ตัว จากนั้นให้ยาแต่ละชนิดกับหนูแต่ละตัว 10 ตัว ยาก็ 10 ชนิด ก็จะสามารถรู้ได้ว่า ยาตัวไหนฆ่าเซลล์มะเร็งได้ ก็นำยาตัวนั้นมารักษาคนไข้ แต่ค่าใช้แพงมาก เป็นล้านบาท
            ในประเทศไทย มีการใช้กัญชารักษามะเร็งแบบลับๆ มีมานานแล้วนับสิบปี แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะจะติดคุกกันหมดทั้งคนรักษา และคนไข้ ทั้งข้าราชการและนักการเมือง โดยมีคนที่รักษาแล้วได้ผลก็บอกต่อๆ กัน แล้วก็มีการทดลองกันมาเรื่อยๆ

            ขณะนี้มีการสกัดกัญชาออกมาเป็นยาใช้สำหรับรักษามะเร็งได้แล้ว แต่สำหรับในประเทศไทยยังผิดกฎหมาย ในขณะที่บางประเทศถูกกฎหมาย ทั้งในสหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ อิสราเอล และประเทศในอเมริกาใต้ ซึ่งล่าสุดก็มีในออสเตรเลีย

            กัญชาในทางการแพทย์หลายคนเข้าใจว่า ทำเป็นยาสำเร็จออกมา จริงๆ แล้วไม่ใช่ เพราะกัญชาทางการแพทย์จะติดปัญหาเรื่องสิทธิบัตรยา ดังนั้น การจำหน่ายจะขายในรูปของสมุนไพร อย่างเช่นในสหรัฐอเมริกา เมื่อไปหาหมอ หมอก็จะให้ใบสั่งยา แล้วก็ไปที่ร้านจำหน่ายกัญชาทางการแพทย์ ก็จะได้ดอกกัญชาแห้ง แล้วคนไข้นำไปปรุงเอง โดยจะใช้วิธีสูบ หรือ สกัด หรือ ผสม

            กัญชาที่นำมาใช้กับแต่ละคน การตอบสนองไม่เท่ากัน จะต้องเริ่มใช้ทีละน้อย จนถึงระดับที่ใช้ได้ผล ซึ่งส่วนใหญ่ได้ผล

            มีการวิจัยออกมาแล้ว กัญชาปลอดภัยมาก ปลอดภัยกว่าเหล้า บุหรี่
            ขณะนี้แพทย์ในสหรัฐอเมริกาออกมายืนยันแล้วว่า กัญชาไม่ทำให้เสพติด ปัจจุบัน ใช้กัญชาเพื่อรักษาอาการเสพติดจากเฮโรอีน มอร์ฟีน ฝิ่น ซึ่งใช้ได้ผลดี
            ผลการวิจัยเกือบ 100 ชิ้น ระบุตรงกันว่า กัญชาสามารถรักษามะเร็งได้เกือบทุกส่วนของร่างกาย มะเร็งที่ร้ายแรงที่ต้องใช้วิธีฉายแสงยังเอาไม่อยู่ แต่กัญชาเอาอยู่ อย่าลืมว่า กัญชามีหลายสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์์มีสารออกฤทธิ์จำนวนไม่เท่ากัน งานวิจัยจะบอกได้ว่า กัญชาตัวไหน พันธุ์ไหน เหมาะกับการรักษามะเร็งชนิดไหน
            การที่จะใช้กัญชารักษามะเร็ง จะต้องใช้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งระยะ 1-3 จะได้ผลดี หากเป็นระยะ 4 ยาชนิดไหนก็ไม่ได้ผล รวมถึงกัญชาด้วย
            นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า สมุนไพรหลายตัวก็มีผลรักษาได้เช่นกัน ไม่ใช่มีแต่กัญชาชนิดเดียว
            มะเร็งในมนุษย์มีปัจจัยอื่นๆ มากกว่าในสัตว์ ก็ต้องทำงานวิจัยให้ชัดเจน ไม่ใช่แต่วิจัยกัญชาแต่เพียงอย่างเดียว ถือว่า เป็นการวิจัยเพียงด้านเดียว นักวิทยาศาสตร์ แพทย์ ทั่วโลกไม่ยอมรับ แต่จะเป็นการยอมรับเฉพาะในกลุ่มของตัวเอง อย่างนี้จะเป็นการสร้างความสับสนได้
            กว่าจะได้ยารักษาแต่ละตัวนั้น ผ่านกระบวนการเยอะ หรือการรักษาที่ได้มาตรฐาน นั้น มีการวิจัย มีการศึกษา มีผลยืนยันแล้วว่า นำมาใช้รักษาดีกว่าตัวอื่น

Cr. http://www.komchadluek.net/detail/20160427/226598.html "คม ชัด ลึก ออนไลน์"